“Agile” คืออะไร?

แนวคิดการบริหารงานแบบ agile

ขออนุญาตแบ่งปันบทความจาก https://www.coraline.co.th/

Agile เป็นแนวคิดในการทำงาน (โดยเฉพาะ งาน IT, Technology, Software Development) เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง ที่เข้ามาแทนที่แนวคิดเดิมอย่าง Waterfall

ซึ่งแต่ก่อนนี้ การทำงานแบบ Waterfall จะเป็นการวางแผน กำหนดเป้าหมาย กระจายงาน ใน step ขั้นตอนเดียว ทำให้กว่าจะได้ผลลัพธ์สุดท้าย ใช้เวลานาน เกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา 2 ประการสำคัญ ได้แก่

  • ปัญหาเรื่องการวางแผนให้เป็นไปตามเวลา และงบประมาณ เนื่องจาก scope ของงานใหญ่ และมีการแบ่งทีมกันดูแล ทำให้ใช้เวลาในการรวบรวมงาน หรือ communicate กันระดับหนึ่ง ส่งผลให้กว่าจะสำเร็จดังเป้าหมาย
  • ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงทั้งภายใน และภายนอก ที่ส่งผลให้โปรเจคต้องถูกพับเก็บไป เนื่องจากเป็น scope ใหญ่ ที่วางแผนระยะยาว ทำให้เมื่อเกิดปัญหา ที่ผิดพลาดไปจากแผน ก็ไม่สามารถปรับตัว หรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก
แนวคิดหลัก Agile
  1. ทำงานเป็นทีม และมีการ Communicate กันในทีมอย่างต่อเนื่อง
  2. ผิดพลาดได้ และต้องแก้ให้ได้โดยเร็ว พร้อมเปลี่ยนแปลง และปรับตัวอยู่เสมอ
  3. ค่อยๆ พัฒนาไปทีละนิดๆ โดยมีการส่งมอบงาน และ Update กันอย่างต่อเนื่อง ไม่รอให้เกิดเป็นโปรเจคใหญ่ แล้วส่งทีเดียว
  4. ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ให้ความสำคัญกับ Value ให้มากที่สุด

หน้าที่หลัก Agile
บทบาทแต่ละกลุ่มของ Agile

  1. Product Owner คือ เจ้าของโปรเจค ทำหน้าที่ในการประเมิน Value ของงาน และจัดลำดับความชัดเจนในงานให้ทีม
  2. Scrum Master คือ ผู้ทำหน้านี้จัดการให้งานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
  3. Team Member คือ แต่ละคนที่รับผิดชอบ Task ต่างๆ เช่น Designer, Analyst, UX/UI เป็นต้น ซึ่งแต่ละคนที่ได้รับหน้าที่ หรือ Job นั้นๆ จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ โดยตรง ทำให้งานเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
  4. User คือ ผู้ใช้งาน ที่อาจจะเป็นผู้ให้ Requirement ในขั้นต้นได้อีกด้วย

หลักการทำงานแบบ Agile ส่งผลให้เกิดงานที่มีผลลัพธ์ออกมาได้อย่างรวดเร็ว กระชับ งบไม่บานปลาย และค่อยข้างยืดหยุ่น และพร้อมปรับเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงรอบข้างได้เสมอ ซึ่งการประยุกต์ใช้แนวคิดแบบ Agile สามารถใช้ได้กับการทำงานในแบบอื่นๆ มิได้จำกัดแค่ IT หรือ Software Development แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม การประยุกต์ใช้ Agile ต้องอาศัยมุมมอง และวิสัยทัศน์ใหม่ๆ ของผู้บริหาร เพราะเป็นแนวคิดที่เน้นให้เกิดงานแบบทีมเล็กๆ ที่แข็งแกร่ง อาจไม่เหมาะกับองค์กรใหญ่ที่มีทีม และแบ่งเป็นแผนกๆ ใหญ่ๆ ก็เป็นได้

อย่างไรตาม ด้วย Software และ Technology Life Cycle ที่สั้นลง ซึ่งเกิดจาก Technology Disruption นั้น ทำให้การทำโปรเจคเกี่ยวกับ IT หรือ Product Development ต่างๆ เปลี่ยนรูปแบบไป จากเดิมที่เลือกซื้อ Software สำเร็จรูป จึงเปลี่ยนสภาพไปเป็นมองหา Software ที่ Flexible สามารถแก้ไข หรือเขียนโปรแกรมเพิ่มเติมเข้าไปในระบบเดิมได้ เพื่อลดความเสี่ยงเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

สิ่งที่ชวนให้คิดต่อคือ เมื่อ Life Cycle ของ Technology สั้นลง และดูเหมือนว่า ในระยะหลังๆ จะมีบริษัท Technology ใหม่ๆ เกิดขึ้น ที่มี Core Business หลักๆ เป็นการศึกษา และพัฒนา Technology โดยเฉพาะ ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีแผนก IT ต่างๆ อาจต้องมีการปรับกลยุทธกันใหม่ จะ In-house หรือ Outsource ก็คงต้องมีการวางแผนกันอย่างรัดกุมอย่างเนิ่นๆ